Get Adobe Flash player

Visitors Counter

1568990
Today
This Week
This Month
96
566
1117

Your IP: 54.90.92.204

แบบทดสอบความเชื่อ (ขั้นสูง)

โดย...วชิราวรรณ


“…แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ เพราะพระองค์สถิตกับข้าพระองค์ คทาและธารพระกรของพระองค์เล้าโลมข้าพระองค์” (สดุดี 23:4)

 

เค้งเป็นมะเร็งขั้นสามปลาย”

นายแพทย์วินัยแห่งโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนบอกด้วยน้ำ เสียงราบเรียบ เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญการรักษาโรคทางยาหรือเรียกสั้นๆ ว่าหมอเหม็ด และเพิ่งกลับจากไปศึกษาต่อด้านมะเร็งที่ประเทศสหรัฐ อเมริกา

เค้งนิ่งไปอึดใจหนึ่ง มิใช่เพราะตกใจ เนื่องจากรู้ผลการตรวจชิ้นเนื้อแล้ว แต่เพราะเธอพิศวงสงสัยยิ่งกับคำว่า ‘มะเร็งขั้นสามปลาย’

ขั้นสามปลายแปลว่าอะไรหมอ บอกมาตรงๆ เลย” เธอถามด้วยเสียงเรียบเช่นกัน

หมายความว่าตายไปแล้วหกสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะผ่าตัดหรือ ไม่” หมอตอบ

ไม่เป็นไร ถ้าหมอไม่รับรอง ฉันจะขอให้พระเจ้ารับรองเอง” เธอตอบด้วยความมั่นใจ

แม้จะตอบด้วยเสียงมั่น แต่เธอก็ยังแสนหวาดหวั่นกับคำว่า “มะเร็ง” อยู่ดี เปล่าเลย มิใช่เพราะเธอกลัวตายหรือกลัวทรมาน ความทุกข์ทรมานแสนสาหัสนั้นเธอได้เผชิญมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีก่อนจะคลำพบก้อนมะเร็งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางห้าเซ็นต์กว่าที่เต้านมข้างซ้ายแล้ว แต่เธอเป็นห่วงลูกเล็กๆ 4 คน เพราะวิทยาการในการรักษามะเร็งเมื่อประมาณสามสิบกว่าปีที่แล้วนั้นยังไม่ก้าวหน้าเหมือนสมัยนี้ การที่ใครก็ตามตรวจพบว่าเป็นมะเร็งไม่ว่าขั้นไหน ก็เปรียบเสมือนเขาคนนั้นถูกพิพากษาลงโทษประหารชีวิต เพราะการเป็นมะเร็งในสมัยนั้นตายสถานเดียว

อนิจจา! ลูกแอน แคนดี้ เอมมี่ เฟิร์สท์ล่ะจะทำอย่างไรถ้าไม่มีแม่ พวกเขาเพิ่งจะได้หกขวบ สี่ขวบ สามขวบ และสิบสามเดือนตามลำดับเท่านั้น โถ! เจ้าเฟิร์สท์เพิ่งจะหัดเดินเตาะแตะอยู่เลย โอ้พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์จะทำอย่างไร

อย่างไรก็ตาม เธอตัดสินใจผ่าตัดและรับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกันก็เฝ้าคร่ำครวญหวนไห้ต่อพระเจ้าตลอด เวลา แม้ฐานะจะเอื้ออำนวยต่อการรักษาด้วยวิธีการหรือตัวยาที่ดีที่สุด อีกทั้งตัวเธอเองก็รายล้อมไปด้วยแพทย์เฉพาะทางผู้มีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง ทั้งในครอบครัวตัวเองและครอบครัวสามี และแม้ผู้คนที่รักเธอมากมายจะพากันเสนอวิธีการรักษาต่างๆ อันเป็นการแพทย์ทางเลือกให้เธอ ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมที่จะยืดอายุหรือฉุดกระชากชีวิตเธอออกจากอุ้งหัตถ์อันโหดร้ายของพญามัจจุราช แต่ก็มิมีผู้ใดจะสามารถยืดเวลาแห่งชีวิตหรือกำจัดความตายอันเป็นผลจากโรคนี้ได้

แต่ด้วยความเชื่อมั่นคงในพระเจ้า อีกทั้งยังได้ผ่านแบบทดสอบแห่งความเชื่อชนิดนี้มามากมายหลายครั้งแล้ว เธอจึงตัดสินใจเลือกหมอที่เก่งที่สุดและดีที่สุดเพียงผู้เดียว จากนั้นก็วางทุกสิ่งไว้ในมือหมอที่เธอเลือกควบคู่ไปกับการทำเคมีบำบัดและการฉายแสง ขอบคุณพระเจ้าที่เธอเลือกไม่ผิดเลย เพราะหมอท่านนั้นคือ “พระเยซูคริสต์” ผู้มี สมญานามในหมู่ผู้เจ็บไข้ได้ป่วยว่า “แพทย์ผู้ประเสริฐ”

ด้วยพระเมตตาขององค์พระเยซูคริสต์นายแพทย์ใหญ่ หมอที่ทำการผ่าตัดเธอจึงเป็นถึงศัลยแพทย์ด้านทรวงอกที่มีชื่อเสียงที่สุดของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในสมัยนั้น ทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งอีกด้วย นั่นคือ อาจารย์นายแพทย์ประพันธ์ กิติสิน ในขณะที่ นายแพทย์วิโรจน์ ปัญญางาม ซึ่งเป็นลูกศิษย์อาจารย์ประพันธ์และเป็นน้องของสามีเธอทำหน้าที่ผู้ช่วย เธอจำได้ว่าตอนนั้นเป็นเดือนพฤศจิกายน พ..2524 และเมื่อได้ผ่าตัดเต้านมข้างซ้ายทิ้งทั้งเต้าแล้ว ความเจ็บปวดรวดร้าวในร่างกายเธอก็หายไปราวกับปลิดทิ้ง กระนั้น เธอก็ยังมีอาการเหนื่อยและอ่อนเพลียอยู่...

 

(อ่านต่อฉบับหน้า)

 

------------------------------