Get Adobe Flash player

Visitors Counter

1600162
Today
This Month
56
805

การเป็น

 

บ็อบ ลอเรนท์ : เขียน

วชิราวรรณ วรรณละเอียด : แปล/เรียบเรียง

  

     เธอเสียชีวิตอย่างคลุมเครือที่ หินฟันขาว เมื่ออายุได้หกสิบสี่ปี มีเพียงสองสามคนนอกบริเวณที่ทำการมิชชั่นได้พบเห็นเธอ แต่ลูกศิษย์มากมายที่เธอได้แนะนำสั่งสอน ไม่ว่าจะเป็นเฟธฟุล ลุค ไซมอน มีค ลีแลนด์ หวัง วอท์ชแมน นี และคนอื่นๆ ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของคริสต์ศาสนาในประเทศที่มีประชากรมากที่วามเห็นของผม การสามัคคีธรรมแบบที่เธอมีกับพรสุดในโลก วอท์ชแมนเขียนเกี่ยวกับเธอว่า “เธอเป็นคนที่ลึกซึ้งมากในพระเจ้า และในคะเจ้าและชนิดของความสัตย์ซื่อที่เธอแสดงออกต่อพระเจ้านั้นหาได้ยากยิ่งในโลกนี้”

     ตอนที่เธอเสียชีวิตนั้น มิสบาร์เบอร์มีสมบัติเพียงสองชิ้นเท่านั้น นั่นคือลักษณะนิสัยของเธอและพระคัมภีร์ เธอเอาสมบัติชิ้นหนึ่งติดตัวไปสวรรค์ด้วย และทิ้งอีกชิ้นหนึ่งไว้ให้วอท์ชแมน เมื่อเขาเปิดพระคัมภีร์ที่อ่านจนขาดของเธอออก เขาก็พบคำอธิษฐานที่เขียนด้วยลายมือซึ่งเป็นการสรุปความสัมพันธ์อันน่าทึ่งกับพระเจ้าว่า “ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ประทานการเปิดเผยจากพระองค์ที่สมบูรณ์และไม่ถูกปิดซ่อนไว้เกี่ยวกับตัวข้าพระองค์ให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด”

     มาร์กาเร็ท บาร์เบอร์เป็นคนที่ทั้งสัตย์ซื่อและถ่อมสุภาพที่สุดที่เขาเคยรู้จักมา เธอสอนเขาดีกว่าใครๆ ถึงวิธีที่จะให้ความสนใจกับคุณภาพชีวิตภายในมากกว่าความสำเร็จของการรับใช้ที่มองเห็นได้ภายนอก และสอนว่า “การเป็น” สำคัญกว่า “การทำ” มาก เนื่องจากอิทธิพลอันต่อเนื่องของเธอ ความสัตย์ซื่อและความถ่อมใจจะเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะของวอท์ชแมนไปจนตลอดชีวิตของเขาด้วยเช่นกัน@

      “‘สำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์’” เขาทวน “ตอนนี้ท่านเห็นแล้วใช่ไหม เราเพียรพยายามทั้งชีวิตของเราเพื่อให้เป็นเหมือนอย่างพระคริสต์ เพียงเพื่อจะพบว่าเป้าหมายเช่นนั้นเป็นไปไม่ได้จากความพยายามครั้งแรกของเรา ขณะที่เราต่อสู้เพื่อจะเป็นเหมือนพระคริสต์มากขึ้น และความท้อแท้ใจของเราก็เพิ่มมากขึ้นทุกวันเมื่อสิ่งนั้นไม่เกิดขึ้น พระองค์เพียงประสงค์ที่จะดำรงขีวิตอยู่ภายในเรา สำหรับข้าพเจ้านั้น การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์ เป็นพระคริสต์เองที่ทรงดำรงชีวิตผ่านทางเรา ทั้งการพูด การเป็นพยาน การเป็นพ่อ การเป็นเพื่อน การเขียน และการร้องเพลงผ่านทางตัวเรา!”

     หลายคนในที่ประชุมแทบไม่หายใจ พวกเขารู้โดยสัญชาติญาณว่า สิ่งที่พวกเขากำลังได้ยินนั้นเป็นกุญแจที่ไขไปสู่การดำเนินชีวิตคริสเตียน สำหรับพวกเขาแล้ว สิ่งนี้จะเริ่มปลดปล่อยพวกเขาออกจากการกดขี่เคี่ยวเข็ญของการทำงานเพื่อจะได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า และวางเขาไว้ในทางที่ดีเลิศแห่งการเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตอยู่ในพระคุณของพระเจ้า

      “โอ้ความว่างเปล่าแห่งสรรพสิ่ง!” วอท์ชแมนร้องออกมา “ถ้าพวกเขาไม่ได้เป็นสิ่งที่แสดงออกของชีวิตพระองค์ที่อยู่ภายในเรา พวกเขาก็ตายเสียแล้ว ข้าพเจ้าไม่ต้องการจะเป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้น ข้าพเจ้าต้องการพระเยซูผู้ทรงเป็นพระองค์เองนั้นดำเนินชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้าได้เห็นความจริงข้อนี้แล้ว ก็เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่สำหรับตัวข้าพเจ้า จากนี้ต่อไป ชีวิตในแต่ละวันของท่านสามารถสรุปได้ในหนึ่งวลีที่ว่า ‘ดำเนินอยู่ในความรักของพระองค์’”

      คำเทศนาสิ้นสุดลง ที่ประชุมนั่งกันเงียบพลางไตร่ตรองสติปัญญาที่พวกเขาได้ยิน สองสามคนลุกขึ้นด้วยความระมัดระวังและหลบออกไปทางด้านหลังห้องประชุม แต่คนส่วนใหญ่นั่งก้มศีรษะและให้เวลากับพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะจารึกบทเรียนนี้ไว้ในหัวใจพวกเขา

      นี่เป็นการสิ้นสุดการนมัสการกลางฤดูร้อนอีกครั้งหนึ่งในคริสตจักรเล็กๆ บนถนนฮาถง ดูเหมือนเป็นการยากที่จะเชื่อว่า เพียงหกเดือนก่อนหน้านี้เองที่การสามัคคีธรรมอันน่าพิศวงนี้ยังไม่บังเกิดขึ้น

      วอท์ชแมนไปเรียนพระคัมภีร์เป็นประจำที่บ้านของ มีสพีซ หวัง ซึ่งเป็นเพื่อนใหม่ เธอจบการศึกษาจากโรงเรียนศาสนศาสตร์สตรีที่นานกิงและเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของรูธ ลี หลายปีก่อนหน้านั้น ขณะที่เธอยังเป็นผู้ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้าที่เข้มแข็งอยู่นั้น รูธ ลีก็ได้ทำทุกสิ่งที่เป็นไปได้เพื่อจะทำลายความเชื่อซึ่งยังไม่เติบโตของพีซ แต่หญิงสาวทั้งสองคนก็ได้ยอมสยบอย่างที่สุดกับสิทธิอำนาจของพระคริสต์และกลายมาเป็นนักประกาศสัญจรที่มีประสิทธิผลสูง
เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพวกเธอที่จะพูดกับฝูงชนซึ่งมีจำนวนมากกว่าสองสามพันคน และได้เห็นหลายร้อยคนอธิษฐานเพื่อได้รับความรอด

 

(อ่านต่อฉบับหน้า)

10 มิถุนายน 2016