Get Adobe Flash player

Visitors Counter

1592736
Today
This Month
74
1953

เดย์วัน #24

รักแท้ต้องทำไก่ทอดสับให้กินบ่อย ๆ


โดย ศจ.มนตรี ธิติมา


ศาสนาจารย์คนหนึ่งได้ประกอบพิธีแต่งงานให้กับชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่ง คำโอวาทของศาสนาจารย์ในพิธีแต่งงานได้กำชับให้ต่างดำเนินชีวิตสมรสตามคำสอนในพระคริสตธรรมคัมภีร์โดยเฉพาะจากพระธรรมเอเฟซัส 6:21-25 ซึ่งกล่าวว่า “จงยอมเชื่อฟังกันและกันเนื่องด้วยความยำเกรงพระคริสต์ ส่วนภรรยาจงยอมเงตนเหมือนยอมเชื่อฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า…… ส่วนสามีก็จงรักภรรยาของตนเหมือนพระคริสต์ทรงรักคริสตจักร…….” เมื่อคู่บ่าวสาวได้ยินเช่นนั้นต่างก็เชื่อฟัง (submit) สามีขอมใจรับปากว่าจะดำเนินชีวิตสมรสตามคำสอนของพระคัมภีร์อย่างเคร่งครัด หลังจากพิธีแต่งงานผ่านไปได้ไม่นานศาสนาจารย์ได้ลาศึกษาต่อปริญญาเอกที่ต่างประเทศเป็นเวลา 5 ปีจึงไม่มีโอกาสพบหรือติดต่อกับชายหญิงทั้งสอง หลังจากที่ศาสนาจารย์สำเร็จการศึกษาได้เดินกลับมาแล้วได้นัดพบคู่สามีภรรยาทั้งสอง เมื่อ 2 สามีภรรยาได้ทราบว่าจะได้พบศาสนาจารย์อีกก็ดีใจมาก ได้มีการนัดหมายมาพบกันที่บ้านของสามีภรรยาและฝ่ายภรรยาจะทำอาหารเลี้ยงมื้อเย็นที่บ้านซึ่งมีหลายอย่างรวมทั้งไก่ทอดสับซึ่งเป็นอาหารโปรดของสามี


ตอนเย็นของวันที่นัดหมาย ศาสนาจารย์ได้มาถึงบ้านของสามีภรรยาคู่นั้นก่อนเวลานัดหมายประมาณครึ่งชั่วโมง ขณะที่กดกริ่งประตูก็ได้กลิ่นหอมไก่ทอดโชยมาที่หน้าบ้าน ภรรยาได้มาเปิดประตูและบอกว่าสามียังไม่กลับจากที่ทำงานและเธอกำลังทำอาหารเตรียมเลี้ยงกัน เมื่อได้พบกันต่างดีใจมาก ภรรยาได้กล่าวขอโทษที่ยังทำอาหารไม่เสร็จจึงต้องขอตัว ศาสนาจารย์กล่าวขอโทษที่มาก่อนเวลานัดหมายครึ่งชั่วโมง ภรรยาได้บอกว่า ถ้าหากศาสนาจารย์ไม่ขัดข้องขอไปนั่งในห้องครัวแล้วจะได้คุยกันพร้อมกับทำอาหารให้เสร็จ ศาสนาจารย์กล่าวยินดีเพราะอยากคุยอยู่แล้ว


หลังจากพูดคุยสารทุกข์สุขดิบกันในชีวิตครอบครัวและการศึกษาและชีวิตต่างแดนของศาสนาจารย์ ฝ่ายภรรยาได้เล่าว่าระยะหลังไม่นานประมาณ 6 เดือนที่ผ่านไปพึ่งมีชีวิตสมรสที่มีความสุขมาก ๆ เพราะเราทั้งสองคนต่างพยายามดำเนินชีวิตสมรสตามคำโอวาทของศาสนาจารย์คือให้สามีรักภรรยาของตน และให้ภรรยาเชื่อฟังหรือ submit สามีของตน แต่ก่อนหน้านั้นภายหลังจากที่ทั้งสองได้แต่งงานกัน 3 ปี ภรรยามีความรู้ว่าสามีเริ่มมีความรักที่จืดจางลง เธอก็ได้แต่พยายามทำงานบ้านให้เรียบร้อยอย่างเต็มที่และทำหน้าที่ภรรยาที่เชื่อฟังสามี โดยเฉพาะทำอาหารทุกมื้อทุกวันที่อร่อยถูกปากสามี บ่อยครั้งที่เธอทำไก่ทอดสับให้สามีรับประทานและพยายามทำหน้าที่ให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ คือเชื่อฟังหรือ submit ต่อสามีมากขึ้น จนในที่้สุดเธอเริ่มสังหรณ์ใจว่าสามีคงนอกใจ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ยิ่งทำดีกับสามีมากขึ้นและทำอาหารอร่อยเลิศรสให้สามีรับประทานโดยเฉพาะทำไก่ทอดสับให้สามีกินบ่อยขึ้น พยายามปรุงรสอย่างอร่อยที่สุดแม้แต่ KFC หรือเจ้าไหน ๆ ก็ตามก็สู้ไม่ได้แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น


ในที่้สุดเธอตัดสินใจเปลี่ยนสูตรไก่ทอด หลังจากทำไก่ทอดเสร็จแล้วก็ขอให้สามีชิมรสดู ขณะที่กำลังสับไก่ทอดนั้น เธอได้บอกว่า “ฉันได้ยึดคำโอวาทของศาสนาจารย์อย่างเคร่งเครัดคือให้ภรรยาเชื่อฟังหรือ submit ต่อสามีของตน แต่ฉันรู้สึกว่าสามีของฉันไม่ค่อยรักฉันเท่าไร แต่ฉันก็จะพยายามทำไก่ทอดสับอร่อย ๆ ให้เธอกินอีกแม้เธอได้แบ่งปันความรักของเราไปให้กับคนอื่น” เมื่อสามีได้ยินอย่างนั้นก็นิ่งเพราะไม่คิดว่า ภรรยาจะจับได้ แล้วภรรยาก็บอกสามีต่อไปว่า “ถึงอย่างไรก็ตาม ฉันจะเชื่อฟังหรือ submit เธอต่อไป และจะทำไก่ทอดสับอร่อย ๆ ให้เธอกินอีก” แล้วภรรยาก็จ้องตาสามีและพูดอย่างเรียบเฉยว่า “แต่ถ้าวันใดที่เธอไปรักหญิงหรือชายอื่นและนอกใจฉัน ฉันจะทำไก่ทอดสับให้เธอกินอีกและยังคง submit หรือสับมีดเธอแบบเดียวกับสับไก่ทอด!” แล้วภรรยาก็สับไก่ทอดเสียงดังจนสามีสะดุุ้งสุดตัว


นับตั้งแต่นั้นมาต่างฝ่ายต่างดำเนินชีวิตของตนตามคำโอวาทของศาสนาจารย์และกลายเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและเป็นพระพรแก่กันและกัน