Get Adobe Flash player

Visitors Counter

1600172
Today
This Month
66
815

เดย์วัน #15

ฝนหนาวที่ยุ้งข้าวข้างขนำ

โดย...เชิงภู

ลมใกล้ค่ำพัดพาทั้งไอความร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่และกลิ่นน้ำเน่าจากท่อน้ำทิ้งส่งเข้าไปในห้องที่ประตูยังเปิดอ้าอยู่ ส้มย่นจมูกทันทีเบื่อหน่ายกับกลิ่นนี้และบรรยากาศรอบตัวแต่ก็ต้องอดทนอยู่กับมันไป ตอนมาอยู่ช่วงแรกๆนั้นร้องไห้แทบทุกวันแต่นานวันเข้าความเคยชินบวกกับต้องทำงานเช้ายันค่ำหมดเวลามาร่ำไรใจเลยชินกับทุกอย่าง

ปิดประตูหลังร้านแล้วส้มเดินเข้าไปตรวจตราในร้านอีกครั้งหนึ่ง ประตูปิดเรียบร้อย ปิดไฟทุกดวงที่ไม่จำเป็น เสียงเดินขึ้นบันไดดังก้องไปทั่วตึกไม้สามชั้น เมื่อถึงชั้นบนสุดที่เป็นห้องพักห้องเล็กๆที่เจ้าของร้านจัดไว้ให้ ส้มหย่อนตัวลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรงถอนใจกับความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องเผชิญทุกวี่วัน

หน้าต่างบานน้อยถูกเปิดออก ลมโกรกเข้ามาทันทีรู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อยหนึ่งเพราะข้างบนกลิ่นน้ำเน่าลอยมาไม่ถึง ข้างนอกเริ่มมืดเพราะใกล้จะหนึ่งทุ่มแล้ว หลอดไฟเล็กใหญ่ตามรายทางและตึกรามบ้านช่องเริ่มส่องสว่าง ลมพัดแรงสังกะสีที่เพิงแคมป์ก่อสร้างที่ตะปูคงตอกไม่ดีเปิดออกและกระทบเข้ากับไม้ต้นเสาส่งเสียงดัง สามเดือนแล้วที่ส้มจากทุ่งกว้างเดินทางมาเมืองใหญ่ กรุงเทพฯแดนศิวิไลซ์ที่ไม่เคยไฉไลในสายตาของเธอ อยากกลับบ้านหนักหนา แต่ต้องมาอยู่ไกลเพราะผู้เป็นป้าที่เป็นแม่บ้านทำงานอยู่ที่ร้านตัดเย็บเสื้อผ้าแห่งนี้ป่วยต้องพักรักษาตัวเธอเลยเป็นตัวแทนมาทำงานช่วยทางร้านไปก่อนรอให้ป้าหายดีแล้วค่อยเปลี่ยนตัวกัน เธอจากทุ่งมาเมื่อต้นมกราฯ นี่ก็ต้นเมษาแล้ว อยากกลับบ้านตอนสงกรานต์เหลือเกิน

ลมทุ่งพัดผ่านช่างแตกต่างจากลมในเมืองเสียจริงมันเป็นลมที่สบายกายและสบายใจ ต้นข้าวเขียวขวยเขินม้วนต้วนยามลมทุ่งหยอกล้อ ส้มเดินอยู่บนคันนาหน้าบ้านเกิด สองแขนกางออกปลายนิ้วมือสัมผัสปลายใบข้าวช่างสุขใจเสียจริง!!

เท้าสองข้างพาเดินไปตามคันนาที่หญ้าเขียวเกาะกอด ส้มก้มลงถอดรองเท้าแตะถือไว้เมื่อเท้าเปล่าสัมผัสคันนาเหมือนชีวาตื่นฟื้นมีเรี่ยวแรง เธอเดินตรงไปยังยุ้งข้าวหลังน้อยที่อยู่ใกล้ๆกับขนำกลางทุ่ง เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวบางส่วนจะเก็บจัดเรียงไว้ที่ยุ้งข้าวนี้ แล้วทยอยเอาออกมานวดด้วยเท้าก่อนจะนำไปสีที่โรงสีของหมู่บ้าน สายตาของส้มมองไปที่ขนำเธอยิ้มบางๆเพ่งมองขนำอย่างคิดถึง ตั้งแต่จำความได้มันก็อยู่ตรงนี้ และตอนนี้มันก็ยังอยู่ตรงนี้แม้จะดูโยกเยกและทรุดโทรม

ส้มเดินขึ้นไปนั่งบนยุ้งข้าวที่ตอนนี้ร้างเปล่ารอข้าวรวงล็อตใหม่ พอก้นหย่อนลงพื้นยุ้งข้าวฟ้าครึ้มลมแรงมาทันทีส้มขมวดคิ้วงุนงงกับบรรยากาศรอบข้างแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ปักษ์ใต้ก็เป็นแบบนี้แหล่ะ เดี๋ยวฝนตกเดี๋ยวแดดออกไม่ใช่ของแปลก

ฝนเริ่มตกปรอยๆ ส้มยื่นมือออกมารับเม็ดฝน เอาน้ำฝนลูบหน้าก่อนยิ้มให้กับสายฝนและสายลมที่พัดผ่าน แต่ไม่นานนักฝนก็ตกหนักจนไม่ลืมหูลืมตาจนเธอต้องกระถดเข้าไปอยู่กลางยุ้งข้าว ยุ้งข้าวกลางทุ่งมีฝากั้นแค่สองด้าน ฝั่งที่ไร้ฝาลมพัดพาฝนเข้ามาจนเปียกปอนไปหมด ส้มเริ่มหน้าเสียชะเง้อมองตามทางที่เดินมามองไม่เห็นคันนาและบ้านที่อยู่ไปไม่ไกลนัก แสดงว่าฝนมันตกหนักมากจริงๆ เธอเริ่มหนาวฝนสาดกระทบตัวจนเริ่มเปียกปอน อะไรกันเนี่ย!! ช่วงนี้ไม่ได้ฟังข่าวของกรมอุตุฯด้วยซิ

เสียงฟ้าร้องดังจนส้มสะดุ้ง ได้แต่ภาวนาให้ฝนหยุดตกไวๆจะได้รีบกลับบ้าน เธอมองไปที่ขนำลมพัดแรงจนหลังคาสังกะสีเก่าหลุดลอยหายไป ฝนยังคงตกกระหน่ำพื้นดินที่หญ้าเขียวคลุมใต้ถุนยุ้งข้าวเริ่มเห็นแต่ยอดหญ้าเพราะน้ำเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ เสื้อผ้าที่ใส่อยู่เปียกน้ำฝนจนชุ่มไปหมดแล้ว ส้มมีสีหน้าเป็นกังวลนั่งซุกตัวกอดอกอยู่กลางยุ้งข้าว

ฟ้าร้องครืนเสียงดังมากพร้อมแสงวับแวบ ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางทุ่ง ส้มสะดุ้งล้มตัวลงนอนฟุบกับพื้นยุ้งข้าว เสียงสังกะสีกระทบกันดังน่ากลัว

ส้มลืมตาขึ้นอย่างงุนงง..

หน้าต่างที่เปิดไว้ลมพัดกระแทกดังสะเทือนไปทั่วห้อง ฝนสาดเข้าทางหน้าต่างจนพื้นห้องเปียกชุ่ม