Get Adobe Flash player

Visitors Counter

1590091
Today
This Month
29
1035

เดย์วัน #14

เรื่อง จำได้ไหม ?

 

แม่วัยแปดสิบกว่าๆเจ็บออดๆแอดๆมาหลายปีแล้ว ไปหาหมอ ไปโรงพยาบาลบ่อยๆ จนลูกๆสามคนายยสองหญิงหนึ่งต่างต้องทนลำบากยากเข็น เพราะไหนจะค่าใช้จ่ายรักษาแม่แล้ว ยังมีค่ารถค่าระและอาหารการกิน รายได้ก็แทบจะไม่ได้เเมื่อเแทียบกับค่าใช้จ่ายของครอบครัว เมื่อแม่เจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ แถมเดินก็ยังเดินไม่ค่อยไหวต้องนั่งๆนอนๆตามภาษาคนแก่ ซึ่งสร้างความปวดร้าวในหัวใจของแม่ในบ้านจันทร์ภูเป็นอย่างมาก ส่วนพ่อบ้านก็ตายจากไปหลายปีแล้วเพราะวันๆก็กินแต่เหล้า ที่สุดก็เป็นกระเะพาะอาหารและมะเร็วตายไป เหลือสี่ชีวิตที่ต้องทนลำบากตรากตรำ สู้กันไป ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน บางครั้งก็ถึงกับกอดกันกลม ร้องไห้ออกมาพร้อมกันด้วยคามข่มขืนใจ "ทำไม ชีวิตชีวิตถึงได้กลั่นแกล้งครอบครัวเราเหลือเกิน

 

เมื่อแม่เคยทำงานพอมีรายได้มาเลี้ยงครอบครัว ลูกชายก็ออกไปทำงานในโรงงาน ก็พอได้เงินมาบ้าง ช่วยกันประหยัดและ ทำอะไรได้ก็ทำ จนในที่สุดก็ไม่ค่อยจะมีงานทำ จึงได้แต่ปรับทุกข์

 

พระเจ้าในธรรมชาติเข้ามาทัก เลยคิดถึงธรรมชาติโหด ที่เกิดวิบัติทางธรรมชาตพืชผลที่เคยพอหามาเลี้ยงครอบครัวได้กลับไม่มี และสุดท้ายก็ต้องไปหยิบเยืมเพื่อนบ้านมา หากคนไหนเกิดเจ็บป่วยไม่สบายขึ้นมาก็ต้องวิ่งกันวุ่นวายกันหมด ทำให้แม่บางครั้งก็เหมือนหมดกำลังใจที่จะสู้ต่อไปเห็นบ่นว่าอยากทำร้ายตัวเองอยู่บ่อยๆ ลูกๆได้ยินต่างก็หันมามองหน้ากันน้ำตาไหลอาบแก้ม ลูกสาวบางครั้งกก็ร้องเสียงดังจนชาวต้องเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่...ด้วยมีน้ำใจชาวบ้านต่างก็ช่วยกัน อาหารบ้างและอื่นๆตามมีตามเกิด นับว่าครอบครัวซึ่งเคยมีพ่อมีแม่เป็นเสาหลักต้องตกระกำยากเย็นเหลือเกินยามนี้

 

วันนั้น จำได้ดี ทุกคนต้องวิ่งออกมาดูที่บันไดหน้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงดังมากเหมือนคนตกบันบ้าน และมันก็เป็นจริงตามที่ลูกๆดลัว เพราะแม่ตอนหลังเดินไม่ค่อยจะสะดวก บ่นว่าเจ็บโน้นเจ็บน่ี่อยู่เป็นประจำ ลูกๆก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เมื่อเป็นมากขึ้นก็จำเป็นต้องพาแม่ไปหาหมอ ทั้งๆเงินก็ไม่มี บางคร้งก็หยิืบเยืมเงินชาวบ้านเป็นค่ารถและค่ารักษา

ต่อมาลูกสาวคนหนึ่งได้เป็นครู ที่จังหวัด แต่ละวันก็ต้องเดินทางไปกลับไกลเหมือนกัน ดังนั้นที่บ้านก็ไม่ค่อยมีใครสามารถดูแลแม่ได้ตามที่เคยมา

 

วันหนึ่งเมื่อลูกชาวล้อมวงกับน้องสาวและญาติทางพ่อถึงเรื่องความเจ็บป่วยของแม่ "ไม่รู้จะทำอย่างไรดี " หากให้แม่ไปอยู่โรงพยาบาลเราก็ไม่มีเงินเพียงพอ แต่ถ้าอยู่บ้านก็ไม่มีใครดูแลแม่ได้ตามที่หมอสั่ง

เมื่อปรึกษาหารือกันอยู่เกือบครึ่งค่อนวันก็ยังตกลงกันไม่ได้ ว่าจะเอาแม่ไปอยู่ที่ไหน อยู่บ้านก็ไม่ได้ ไปอยู่ที่ร.พ.ก็ไม่ไหวอีกเช่นกัน เพราะค่าใช้จ่าย ในที่สุด ต่างก็เห็นพ้องกันว่า จะพาแม่ไปอยู่ที่ บ้านพักคนชราที่จังหวัด เพราะถึงอย่างมันก็ยังดีกว่าอยู่บ้าน เพราะที่บ้านไม่มีใครอยู่ และต้องมีพยาบาลชวยดูแลอีกแรง ตามที่หมอสั่ง

 

ในที่สุดพี่ชายคนโตตัดสินใจว่าจะพาแม่ไปอยู่ที่ที่พักคนชรา เพราะเราไม่สามารถหาเงินรักษาและดูแลแม่ได้ ถึงแม้ใจอยากทำ แต่ก็ไม่ไหวเหมือนกัน น้องๆต่างร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม คิดถึงแม่ตอนที่ต้องทำงานหนักทอผ้าเลี้ยงพวกเรามาตั้งแต่เล็ก แต่..มันไม่มีทางออกจริงๆ ชีวิตช่างบัดซบจริงๆ

 

แม่่ไม่พูดอะไรเมื่อต่างช่วยกัพยุงแม่ออกจากบ้านขึ้นรถลุงเฟืองเพื่อไปที่บ้านพักคนชรา ซึ่งเป็นของรัฐ ถึงอย่างไรก็ยังมีพยายาล มีหมอ.เงินทองก็คงต้องคิดกันทีหลัง

 

น้ำตาแม่่ไหลลงอาบแก้มค่อยๆไหลสู่โหนกแก้ม ด้วยท่าทางดิดโรย แม่คงน้อยใจ ลูกๆต่างก็ปลอบใจแม่ว่า "มันดีที่สุดแล้วแม่ เราไม่มีตังค์ ไม่มีอะไรเลย แม่ค่อยๆหันหน้ามามองแต่ละคนแล้วเอ่ยขึ้นช้าๆว่า

"จำได้ไหม เมื่อยามเด็ก แต่ละคนยังเล็กๆอยู่ แม่มีลูกตั้งสามสี่คน แม่จำได้ แม่ไม่เคยต้องเอาลูกไปฝากสถานเลี้ยงกำพร้า แม่สู้ทุกอย่างเพื่อให้ลูกทุกคนได้กินได้อยู่ แม่ไม่เคยบ่น แล้วตอนนี้กูแก่แล้ว พวกมึงมีใจจะส่งกูไปบ้านคนชราหรือ..????