Get Adobe Flash player

Visitors Counter

1585549
Today
This Month
81
1874

เดย์วัน #11

เรื่อง ได้เวลาของน้องฝน

โดย..เชิงภู

 

เช้าสดใสแดดรำไรส่องดงกล้วย ลมเย็นพัดแผ่วพอรู้สึกได้ สองผู้เฒ่าเดินเคียงกันที่หน้าบ้านตาสอดส่ายมองรอบๆ เพื่อจดจำมองดูไว้เพราะวันนี้สายๆต้องเดินทางกลับปักษ์ใต้กันแล้ว

“ ตรงนี้ใครมาถางวะ โล่งเลย ” แม่เอ่ยปากชม

“ กูนี่แหล่ะ แรกวาที่โหม๋สู(เมื่อวานที่พวกเอ็ง)ไปถวายดอกไม้จันทน์กูชวนหลานมาถากถางถวายในหลวงร.9 เหมือนกัน กูไปไม่รอด(กูไปไม่ไหว)กูก็ทำความดีอยู่ที่เริน(บ้าน)” ผู้ชายข้างๆตอบ

“ ดีแล้วนานๆเราได้มาเยี่ยมโหลก(ลูก) พอทำไหรให้มันได้ก็ทำ” แม่พูดอีก

กลิ่นกับข้าวหอมฉุยส่งกลิ่นจากในครัว สองผู้เฒ่าที่เดินเข้าบ้านมาทำจมูกฟุดฟิดกับอมยิ้มน้อยๆ

“ ทำไหรกินล่ะเว้อ?” พ่อตะโกนถามฉัน

“ ปลาทอดกับน้ำชุบเจี๋ยน(น้ำพริกมะขามผัดน้ำมัน) กินกันมื้อเช้าแล้วก็ให้พ่อกับแม่ได้คดห่อไปกินบนรถไฟ ” ฉันตอบทั้งที่มือง่วนอยู่

บนพื้นที่ปูเสื่อเรียบร้อยผู้เฒ่าทั้งสองนั่งเป็นประธานอยู่ด้านหน้า ตามด้วยพี่สาว และลูกของฉันสองคน ฉันและสามี รวมทั้งหมดเจ็ดคนนั่งล้อมวงกินมื้อเช้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พ่อหยอกล้อหลานๆ หลานคุยภาษากลางตาตอบภาษาใต้แต่ก็เข้าใจกันได้ สักพักหลานคุยภาษาใต้ตากลับตอบภาษากลางเรียกเสียงฮาจากทุกคนรอบวง

“ ยังไม่อยากให้พ่อกับแม่หล๊บ(กลับ)เลยนิ ไปรถไฟชั้นสามมันเหนื่อย คล่าวสักเดียว(รอสักหน่อย) ก็ไม่ได้ จะได้จองรถชั้นนอน ไปชั้นสามเหนื่อยนะไม่ได้หลับได้นอนคนพลุกพล่าน” ฉันที่เตรียมกับข้าวใส่ถุงใส่ห่อใส่ไปก็พูดไป

“ ไม่พรือโหลกเหอ(ไม่เป็นไรหรอกลูก) ทนแค่คืนเดียว พ่ออยู่นี่ไม่ได้แล้วลมเย็นๆมาแล้ว อุตุก็บอกแล้วหนาวอิเข้ามาแล้ว พ่อไปอยู่กับฝนที่ใต้หวา(พ่อไปอยู่กับฝนที่ปักษ์ใต้ดีกว่า) เย็นฝนที่บ้านเรายังดีหวาโถกลมหนาวอยู่นี่(ยังดีกว่าถูกลมหนาวอยู่ที่นี่)พ่อไม่ไหวแน่นอน ” พ่อบอก

ฉันก็รู้ว่าพ่อทนอากาศหนาวไม่ได้ แค่หนาวเพราะหน้าฝนที่ปักษ์ใต้พ่อก็ไม่ค่อยจะไหวแล้ว

แต่ก็ยังเป็นห่วงในการเดินทางกลับอยู่ดีเพราะรถไฟชั้นสามมันไม่สะดวกสบายเหมือนรถชั้นนอน แต่ช่วงนี้เพิ่งจะเสร็จจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพคนเดินต่างกลับบ้านกันเยอะเลยไม่เหลือตั๋วชั้นนอนเลยแม้แต่ใบเดียว

รถไฟกำลังใกล้เข้าจอดเทียบชานชาลาเพื่อนำผู้โดยสารจากเมืองแปดริ้วสู่กรุงเทพฯ ฉัน สามีและลูกๆ ยกมือไหว้พ่อกับแม่และพี่สาวก่อนส่งขึ้นรถไฟเดินทางสู่สถานีรถไฟหัวลำโพงเพื่อต่อรถไฟลงใต้อีกที ฉันตั้งใจจะไปส่งแต่พี่สาวบอกว่าไม่เป็นไรพี่สาวจะดูแลพ่อกับแม่เองไม่อยากให้ฉันเสียเวลาทำงาน ช่วงบ่ายจะได้เข้าไปทำงานที่บริษัท

เราสี่คนพ่อแม่ลูกยกมือโบกลาคนทั้งสามบนรถไฟ ....บนรถไฟ พ่อและแม่ได้สิทธิ์จากการเป็นคนชรามีคนใจดีลุกขึ้นให้นั่งพี่สาวนั้นยืนอยู่ใกล้ๆ ใกล้จะถึงหัวลำโพง ฝนก็โปรยปรายลงมาเล็กน้อย

“ ยังไม่ถึงใต้ทีตกแล้วเหอฝน(ยังไม่ถึงปักษ์ใต้สักหน่อยตกแล้วเหรอฝน)” พ่อบ่นจนแม่และพี่สาวต้องหัวเราะออกมา

“ เวลาไอ้ไหรอ(เวลาอะไร)?” คนดูทีวีถามพร้อมห่าฝนตกกระแทกหลังคา

“ เวลาของน้องฝน!! ”

 

หมายเหตุ: เรื่องนี้เคยตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ เสรีชัย แอลเอ.เมื่อ 10 พย. 2017)