Get Adobe Flash player

Visitors Counter

1580070
Today
This Month
83
2236

คริสต์มาสที่แท้จริง

โดย : ศาสนาจารย์ ดร. มนตรี โมเสส ธิติมา (ศจ.แบลนฟอร์ดและผม)

       หัวข้อของการเผยพระวจนะในวันนี้อาจให้ความหมายเป็นนัยว่า คริสต์มาสมีทั้งของแท้และไม่แท้ หากกล่าวถึงรายละเอียดของคริสต์มาสทั้งที่แท้และไม่แท้ก็คงต้องใช้เวลายาวนาน สำหรับวันนี้จะขอกล่าวถึงคริสต์มาสที่แท้จริงซึ่งเป็นเรื่องราวการประสูติของพระเยซูคริสต์ตามที่ได้บันทึกในพระคริสตธรรมคัมภีร์ (ลูกา 2:1-7)นอกจากนั้น จะกล่าวถึงคริสต์มาสอื่นๆที่มาจากประเพณีจารีตหรือ Tradition ของคริสเตียนซึ่งมีรูปแบบหรือธรรมเนียมหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับคำสอนของพระคริสตธรรมคัมภีร์หรือความเชื่อของคริสเตียน รูปแบบของคริสต์มาสดังกล่าวมักมาจากการริเริ่มของผู้นำคริสตจักรในยุคต่างๆที่ผ่านไป นอกจากนั้นมีการดัดแปลงจากศาสนาเดิมหรือลัทธิเดิมเพื่อสื่อความหมายใหม่ในหมู่ผู้เชื่อทั้งหลาย

     สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นตัวอย่างบางประการของคริสต์มาสที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงจากพระคริสตธรรมคัมภีร์แต่มาจากประเพณีจารีตของคริสเตียนและมีการดัดแปลงในเวลาต่อมา

ริสต์มาสอีฟ (Christmas Eve)

ในสมัยคริสตจักรยุคกลางได้กำหนดวันที่ 24 ธันวาคมเป็นวันอาดามและเอวาหรือ Adam and Eve Day เพื่อให้คริสเตียนระถึงถึงความบาปซึ่งเกี่ยวข้องกับต้นไม้ที่อยู่ในสวนเอเดน ในสวนเอเดนมีต้น ไม้แห่งชีวิตซึ่งมีผลไม้ที่รับประทานแล้วจะมีชีวิตยืนยาวชั่วนิจนิรันดร์ แต่อาดามและเอวากลับกินผลไม้จากต้นไม้แห่งการสำนึกในความดีและความชั่วหรือต้นไม้แห่งการไม่เชื่อฟัง การเล่าเรื่องอาดามและเอวาในวันก่อนวันคริสต์มาสก็เพื่อเตรียมจิตใจก่อนที่จะฉลองถึงการประสูติของพระเยซูซึ่งเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลก ต่อมาแทนที่จะเรียกวันที่ 24 ธันวาคมเป็นวันอาดามและเอวาก็มีการเรียกเพี้ยนเป็น Christ Eve หรือ Christmas Eve ในที่สุดคนส่วนใหญ่ต่างพากันเข้าใจคำว่า “Eve” มีความหมายว่า “ก่อน” เช่นเรียกวันส่งท้ายปีเก่าว่า New Year’s Eve

(2) ต้นคริสต์มาส

ตำนานหรือเรื่องที่เล่าสืบกันมาได้กล่าวถึงมาร์ติน ลูเธอร์ซึ่งมีชีวิตเมื่อ 500 กว่าปีที่แล้วได้ใช้

ต้นสนหรือที่ฝรั่งเรียกว่า Evergreen Tree เป็นต้นคริสต์มาส คือในค่ำคืนหนึ่งขณะที่ท่านเดินและเงยหน้าดูท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวสุกใสและรอบ ๆ ท่านก็มีต้นสนที่มีใบเขียวสดส่วนต้นไม้อื่น ๆ ก็เหี่ยว แห้งไร้ใบ ท่านเกิดความคิดที่จะประดับต้นไม้ด้วยดวงไฟเพื่อให้เห็นเป็นแสงระยิบระยับเหมือนดวงดาว จึงได้รีบกลับบ้านและนำเทียนไขมาติดไว้ตามกิ่งของต้นไม้ การใช้ต้นไม้ที่ยังเขียวอยู่และมีไฟมาประดับก็ให้ความหมายของสิ่งมีชีวิตที่มีความสว่างสดใส นอกจากนั้นต้นคริสต์มาสในสมัยแรกๆในประเทศเยอร มันก็มีการประดับประดาด้วยกระดาษใบไม้ ผลไม้ บางคนใช้ wafer หรือขนมปังแผ่นบางที่ใช้ในพิธีมหาสนิทซึ่งเป็นสัญลักษณะของพระกายของพระคริสต์มาห้อยไว้ที่ต้นคริสต์มาส ต่อมาสัญลักษณะที่ใช้ห้อยบนต้นคริสต์มาสก็ได้เปลี่ยนไป ในปัจจุบันมีการใช้ลูกบอลเล็กๆ สีสวยๆ หรือเส้นสายสีสวยต่างๆ หรือมีซันตาคลาสและอื่นๆ ทุกวันนี้ได้นำเครื่องประดับที่เป็นตุ๊กตาเล็กๆ ที่ฝรั่งเรียกว่า Ornament มาประดับที่ต้นคริสต์มาสซึ่งไม่มีความหมายของพระคริสต์

3 .การให้ของขวัญ

การให้ของขวัญในฤดูคริสต์มาสก็มีที่มาซึ่งเป็นการผสมกันระหว่างประเพณีจารีตของชาวโลกกับสิ่งที่เป็นธรรมเนียมของคริสเตียน บางคนคิดว่า ประเพณีการให้ของขวัญคริสต์มาสคงมาจากเรื่องที่นักปราชญ์ได้นำของกำนัลมามอบให้แก่พระกุมารเยซูซึ่งเป็นทองคำ, กำยาน, และมดยอบ แต่ก็ไม่มีหลักฐานในสมัยคริสตจักรยุคแรกที่บ่งบอกถึงการให้ของขวัญของคริสเตียนเป็นการปฏิบัติตามสิ่งที่นักปราชญ์ได้กระทำไว้ แต่มีหลักฐานว่า การให้ของขวัญของคริสเตียนในคริสตจักรยุคแรกมาจากการปฏิบัติที่เอาแบบอย่างจากศาสนาของโรมันที่มีการถือวันหยุดของเทพเจ้าแห่งการเกษตรหรือดาวพระเสาร์หรือ Saturnalia ซึ่งตรงกับวันที่ 17 – 20 ธันวาคม หรืออาจเลยไปถึงวันที่ 27 ธันวาคม ช่วงเวลาดังกล่าวก็มีการฉลอง, มีการไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง, และมีการให้ของขวัญแก่กันและกัน ของขวัญที่ให้กันในครั้งแรกคือกิ่งไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของการให้โชด ต่อมามีการให้อาหาร, เทียนไข, รูปปั้นเทพเจ้าและเพชรพลอย การให้ของขวัญก็เป็นสิ่งที่ดีที่แสดงถึงการมีความสัมพันธ์ต่อกัน เป็นความปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นมีความยินดี การให้ของขวัญแบบชาวโรมันก็เพราะมุ่งหวังให้ตนเองมีโชคหรือต้องการให้อาชีพหรือการเกษตรของตนในปีถัดไปมีผลเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์

สำหรับการให้ของขวัญที่มีความหมายของคริสต์มาสก็มักเน้นในการให้ที่เป็นการถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า การให้ของคริสเตียนก็เพื่อให้ผู้ให้เกิดความสุขและผู้รับก็เกิดความยินดี ส่วนการให้ของขวัญในครอบครัวหรือหมู่มิตรสหายก็เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ของกันและกัน และเพื่อให้เกิดความหมายความประทับใจในเรื่องการให้ของพระเจ้าที่ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวแก่โลกเพื่อเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของทุกคนในโลก...

Dec 22,2017

Your Comment