Get Adobe Flash player

Visitors Counter

1568992
Today
This Week
This Month
98
568
1119

Your IP: 54.90.92.204

เกษียณแล้วแต่ยังคงกระชุ่มกระชวย

โดย : ศาสนาจารย์ ดร. มนตรี โมเสส ธิติมา (ศจ.แบลนฟอร์ดและผม)

หากคุณถามคริสเตียนว่า “หลังความตายยังคงมีชีวิตต่อไปใช่หรือไม่” คำตอบคือ “ใช่” แต่ถ้าถามว่า “หลังอายุการทำงานแล้วยังคงมีชีวิตชีวาต่อไปใช่หรือไม่” คำตอบอาจไม่แน่ชัดหรือมีความมั่นใจนัก หลายคนกล่าวว่า “ตายเมื่ออายุ 60 ปีและถูกฝังเมื่ออายุ 80“ คือรู้สึกว่า ภายหลังจากการเกษียณแล้วชีวิตเป็นเหมือนตายไป แม้มีอายุต่อไปอีก 20 ปีแต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ไร้ค่าไม่มีความกระชุ่มกระชวย หลายคนเป็นอย่างนั้น ภายหลังจากเกษียณหรือถูกให้หยุดทำงานแม้เขามีชีวิตต่อไปแต่ก็อยู่อย่างเหมือนคนตาย หรือมีชีวิตไปวันๆจนกระทั่งถึงวันที่เขาเสียชีวิต จริงอยู่การเกษียณอาจเป็นสิ่งที่คนทำงานหนักตั้งหน้ารอคอยหรือนับเดือนปีให้ถึงเร็วๆ แต่หลายคนพอถึงกำหนดเกษียณแล้วภายหลังต่อไปก็กลายเป็นคนอ่อนแอเจ็บป่วยและเสียชีวิตอย่างขาดความภูมิใจในตนเอง

หากเรารับราชการ กำหนดการเกษียณคือ 60 ปีหรืออย่างมากไม่เกิน 65 ปี หรือแม้แต่ในแวดวงของคริสตจักรหรือหน่วยงานคริสเตียนก็ให้คนงานหรือผู้บริหารเกษียณเมื่ออายุ 60 ปีหรืออย่างมากไม่เกิน 65 ปี ไม่ทราบท่านคิดเห็นอย่างไรกับการหยุดงานเมื่ออายุ 60 ปีหรือ 65 ปี สำหรับผมก็ต้องชั่งใจและคิดให้ดี ภรรยาผมกำลังตั้งท้องได้ 7 เดือนและจะคลอดในราวๆกลางเดือนกันยายนจนถึงต้นเดือนตุลาคม ในขณะนี้ผมอายุจะครบ 52 ปีในเดือนหน้าจะมีโอกาสเป็นพ่อของลูกสาวคนหนึ่ง ถ้าเป็นอย่างนั้น ลูกสาวของผมจะเรียนจบมัธยมเมื่อผมอายุ 70 ปี และจะได้เห็นเธอรับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเมื่อผมอายุ 75 ปี ถ้าจะให้ลูกเรียนจบให้ทันตนที่ผมเกษียณคงต้องเร่งหรือโด๊บเต็มที่เพื่อให้เธอเรียนจบอย่างช้าเมื่ออายุ 13 ปี ก็ไม่แน่ว่า ลูกสาวอาจมีไอคิวสัก 300 อาจเรียนจบมหาวิทยาลัยก่อนที่จะเปลี่ยนจากเด็กหญิงเป็นนางสาว แต่ก็คงไม่อาจเป็นอย่างนั้นได้ สิ่งที่เป็นไปได้ก็คือ ผมเองต้องเป็นคนชราที่ยังคงกระ ชุ่มกระชวยหรือมีชีวิตที่มีผลต่อไปแม้มีอายุเลย 70 ปีแล้วก็ตาม

ตอนนี้ก็พยายามวิ่งให้ได้ 3 กิโลเมตรภายใน 20 นาที และวิดพื้นติดต่อกันให้ได้ 120 ทีในเวลาไม่เกิน 2 นาที หาก 20 ปีข้างหน้าผมสามารถเดินให้ได้ 3 กิโลเมตรภายใน 20 นาที หรือวิดพื้นติดต่อกันให้ได้ไม่น้อยกว่า 50 ทีในเวลาไม่เกิน 5 นาที ผมก็คงได้แต่สรรเสริญพระเจ้าในวันเดือนปีที่พระองค์ทรงประ ทานให้

หลายคนชอบวัยหนุ่มสาวหรือตอนเป็นผู้ใหญ่แต่ชิงชังกับวัยชราหรือวัยหลังเกษียณเราจะชอบรือ ไม่ชอบหรือต้องการหรือไม่ต้องการ วัยชราหรือการเกษียณจะเกิดขึ้นกับเราทุกคน เรามีคนชราหรือคนที่มีชีวิตหลังเกษียณมากขึ้นๆเรื่อยๆ และเมื่อเป็นเช่นนั้น หลายๆคนรู้สึกว่า วัยชราหรือเกษียณนั้นเป็นปัญหา เหตุที่เป็นปัญหาก็เพราะว่า

1. ชีวิตของมนุษย์ก็ยืนยาวมากขึ้น เมื่อมีคนมากขึ้นและอายุของคนมากขึ้นก็ต้องมีการเกษียณหรือบางทีมีการให้เกษียณก่อนอายุหรือ early retire คนรุ่นใหม่กำลังขึ้นมาก คนจำนวนมากกำลังเข้าแถวเข้าสู่ตลาดแรงงาน งานที่เราทำอยู่อีกไม่นานจะมีอีกคนมาแทนที่

2. ปัญหาของเกษียณหรือวัยชราก็คือ การแยกแยะตนเองหรือคนอื่นด้วยอาชีพการงานหรือตำ แหน่งหน้าที่ คนจำนวนมากมักเรียกอีกคนด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานของเขา แม้แต่ภายในคริสตจักรเราก็มักเรียกอีกคนด้วยตำแหน่งหน้าที่ของเขาแทนที่จะเรียกชื่อของคนนั้น (น้อยคนเรียกชื่อผม ส่วนใหญ่เรียกตำแหน่งหน้าที่มากกว่า) เราเคยชินกับการแยกแยะคนอื่นด้วยตำแหน่งหน้าที่มากกว่าการยอมรับถึงอัตบุคคลหรือส่วนบุคคลของคนนั้น ๆ

3. เราเทิดทูนความเป็นหนุ่มสาว เราพยายามรักษาตนเองให้เหมือนหนุ่มให้เหมือนสาวเสมอ เราได้ยินคำว่า “สาว 2000 ปี” แต่ไม่เคยได้ยินคำว่า “เฒ่า 2000 ปี” คนมากมายจึงพยายามย้อนกลับไปที่อดีตวัยหนุ่มสาว ทำทุกอย่างเพื่อให้ตนดูเป็นหนุ่มเป็นสาว แต่ที่จริงเราสามารถเป็นเฒ่าหรือคนชราที่มีภายในที่กระชุ่มกระชวยได้ เราสามารถใช้เวลาที่มีหลังจากเกษียณในบทบาทใหม่ได้

แต่บางคนก็คิดถึงการมีวัยเกษียณหรือชราที่จะต้องทำงานและส่ำสม คนเช่นนั้นก็เหมือนในอุปมาที่พระเยซูตรัสถึงใน ลูกา 12:15-21 คือทำงานสะสมเพื่อตนเองและก็เสียชีวิตอย่างทันทีทันใดซึ่งเป็นคนที่พระเยซูตรัสว่า “คนโง่”

สำหรับค่ำคืนนี้ที่เรามาชุมนุมกัน ณ ที่นี้ก็เพราะชายคนหนึ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากที่กล่าวไป คือเมื่อเขาควรเกษียณแต่ยังทำงานต่อไป และที่เขาทำงานและได้มาเขาไม่ใช่เก็บไว้เพื่อตนเองแต่มีการให้ เขาให้ครอบครัวและให้แก่พี่น้องในคริสตจักรและคนอื่น ๆ

 

Novermber 1, 2017