Get Adobe Flash player

Visitors Counter

1565392
Today
This Week
This Month
32
104
1127

Your IP: 54.196.33.246

หนามใหญ่ของเปาโล

โดย : ศาสนาจารย์ ดร. มนตรี โมเสส ธิติมา (ศจ.แบลนฟอร์ดและผม)

 

ราทั้งหลายคงเคยตกอยู่ในสถานการณ์ของการกลื่นไม่เข้าคายไม่ออกเช่นเดียวกับหอยมุกที่มีสิ่งแปลกปลอมพลัดหลงเข้ามาในชีวิตและตนเองก็ไม่สามารถกำจัดสิ่งนั้นให้ออกจากชีวิตได้

หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าอมสิ่งนั้นๆไว้ แม้ว่าสิ่งนั้นเป็นตัวบั่นทอนที่ก่อความระคายเคือง สร้างความรำคาญ ทำให้ทุกข์ทรมานมากมายเพียงไรก็ตาม บางทีสิ่งแปลกปลอมอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เราเกิดการสร้างใหม่และในที่สุดกลายเป็นไข่มุกเม็ดงามในชีวิต

อาจารย์เปาโลเคยอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง ท่านได้กล่าวใน 2 โครินธ์ 12:7 ว่า “เพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวจนเกินไปเนื่องจากได้เห็นการสำแดงมากมายนั้นก็ทรงให้มีหนามใหญ่ในเนื้อของข้าพเจ้า หนามนั้นเป็นทูตของซาตานคอยทุบตีข้าพเจ้าเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวเกินไป”

 

เราไม่ทราบแน่ชัดว่า หนามใหญ่ของเปาโลคืออะไร? บางทีอาจเป็นปัญหาทางสายตา หรือการฟังที่ไม่ดี หรือประสบการณ์อันปวดร้าวในอดีต หรือการเป็นโรคลมบ้าหมู ฯลฯ หนามนั้นทำให้เปาโลเจ็บปวดทุกข์ทรมานและบั่นทอนการใช้ชีวิตของท่าน ตามปกติเมื่อเราถูกหนามตำก็มีแต่ตนเองเท่านั้นที่รู้สึกเจ็บปวด ส่วนคนอื่นๆไม่อาจรู้สึกหรือเห็นได้

2 โครินธ์ 12:8 กล่าวว่า เปาโลได้วิงวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าถึง 3 ครั้งเพื่อให้หนามนั้นหลุดออกจากร่างกายของท่าน แต่พระเจ้าตรัสกับเปาโลว่า “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์เต็มขนาดที่นั่น” การมีหนามที่ทำให้อ่อนแอก็เพื่อที่จะไม่ยกตัวหรืออวดตัวจนเกินไป นอกจากนั้น เป็นโอกาสให้เปาโลรับพระคุณของพระเจ้า เพราะที่ใดอ่อนแอ ฤทธิ์ของพระเจ้าก็มีมากขึ้นที่นั่น เพราะพระเจ้าทรงเทฤทธิ์อำนาจลงเหนือผู้ที่ถ่อมใจ

หนามใหญ่ที่ติดอยู่ที่ตัวของเปาโลเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้อ่อนแอ แต่พระเจ้าก็ทรงมีพระคุณทรงกระทำให้สิ่งที่เป็นหนามใหญ่หรือสิ่งแปลกปลอมกลายเป็นไข่มุกอันงดงาม ล้ำค่า เต็มไปด้วยกำลังและความเข้มแข็ง

ดังนั้น เปาโลจึงสรุปว่า “เพราะว่าข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใด ข้าพเจ้าก็จะแข็งแรงมากเมื่อนั้น”

เมื่อปลายปี 1994 ที่ผมได้ป่วยลงเพราะมีเนื้องอกที่ก้านสมองซึ่งเบียดกับสมองเล็ก หลังจากที่ได้ผ่าตัดเนื้องอกออกไปก็ทำให้ตนเองไม่มีแรงได้แต่นอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ในเวลานั้นเองได้สำนึกว่า ตนไม่มีความสามารถอะไรอีกต่อไปจึงได้ทูลต่อพระเจ้าว่า ขอให้ตนเองสามารถรับใช้ในบทบาทศาสนาจารย์อีก หลังจากนั้นก็มีกำลังและกลับบ้านได้และต่อมาสามารถรับใช้เป็นศาสนาจารย์ทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นยังใช้เวลาช่วงพักฟื้นหลังการผ่าตัดเข้าศึกษาในโปรแกรมปริญญาเอก D.Min. โดยพระคุณของพระเจ้าก็ได้สำเร็จการศึกษาเมื่อกลางปี 2001 ที่ผ่านไป

ในเวลาที่เปาโลได้ประจักษ์ถึงการหมดกำลัง, หมดสภาพที่จะอวดตัวได้อีกก็เป็นเวลาที่พระเจ้าทรงประทานกำลังให้ พระคุณของพระคริสต์ที่เปาโลได้รับนั้นก็เป็นพระคุณสำหรับเราทั้งหลายในปัจจุบันนี้เช่นกัน

ประการที่ 2 อย่าโยนไข่มุกให้แก่สุกร

พระเยซูตรัสในมัทธิว 7:6 ว่า “อย่าให้ของประเสริฐแก่สุนัข อย่าโยนไข่มุกให้แก่สุกร เกลือกว่ามันจะเหยียบย่ำเสียและจะหันมากัดตัวท่านด้วย”

พระธรรมก่อนหน้ามัทธิว 7:6 เป็นคำสอนของพระเยซูเรื่องการกล่าวโทษต่อกันซึ่งต้องระมัดระวังและหลีกเลี่ยง การใช้ชีวิตสัมพันธ์กับผู้อื่นต้องอาศัยปัญญาเป็นที่ตั้ง และปัญญาที่แสดงออกด้วยคำพูดก็ต้องมีความเข้าใจและรอบรู้ด้วย พระเยซูทรงสั่งสอนประชาชนทุกประเภทในทุกแห่งหน แต่ก็ไม่ได้หมาย ความว่า พระองค์พูดกับทุกๆ คนด้วยคำสอนเหมือนๆกัน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะในบรรดาคนทั้งหลายมีทั้งที่เป็นแกะและสุนัขหรือสุกรด้วย พระเยซูทรงเตือนว่า การให้สิ่งที่เป็นปัญญาซึ่งมีคุณค่าดั่งไข่มุกแก่ผู้ที่เป็นเหมือนสุนัขหรือสุกรก็เป็นการสูญเปล่า มีเพียงเท่านั้นอาจถูกทำลายหรือถูกทำร้ายได้

ยอห์น บัพติศโตก็เป็นคนหนึ่งที่เคยให้สิ่งที่เป็นไข่มุกคือคำพูดที่เป็นปัญญาแก่กษัตริย์เฮโรดซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ชั่วร้ายที่สุด แต่ยอห์น บัพติศโตกลับถูกปองร้าย ถูกจับกุม และในที่สุดก็ถูกประหารชีวิตเพราะคำสัญญาอันไร้สติที่สุดของกษัตริย์เฮโรดที่ให้กับลูกสาวของภรรยาที่ตนแย่งมาจากน้องชายของตนหลังจากที่เธอเพียงแต่เต้นรำทำให้ตนเกิดความรัญจวนใจ ในที่สุดชีวิตของคนที่มีค่าที่สุดอย่างยอห์น บัพติศโตต้องถูกเหยียบย่ำและถูกกัดโดยสุนัขหรือสุกรที่ชั่วร้ายที่สุด

พระธรรมสุภาษิต 9:10 ได้กล่าวว่า “ความยำเกรงพระเจ้าเป็นที่เริ่มต้นของปัญญา และซึ่งรู้จักองค์บริสุทธิ์เป็นความรอบรู้” นอกจากนั้นในสุภาษิต 3:13-14 ได้กล่าวว่า “มนุษย์ผู้ประสบปัญญาและผู้ได้ความเข้าใจเป็นสุขจริงหนอ เพราะผลที่ได้จากปัญญาย่อมดีกว่าผลที่ได้จากเงิน และกำไรนั้นดีกว่าทองคำ”

การมีชีวิตที่ประกอบด้วยปัญญาเป็นโอกาสที่จะได้สิ่งที่ประเสริฐยิ่งในชีวิต แต่ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังในการให้ปัญญาที่เป็นคำพูดต่อกันและกัน เพราะของที่มีค่าสูงหากหยิบยื่นแก่ผู้ที่ชั่วร้ายก็กลายเป็นสิ่งไร้ค่าที่ถูกเหยียบย่ำและตนเองก็มีภัยในชีวิต...

 

(อ่านต่อฉบับหน้า)

June 2, 2017

 

Black Ribbon