Get Adobe Flash player

Visitors Counter

1592733
Today
This Month
71
1950

ศาสนศาสตร์ ศิษยาภิบาลตามแบบ พระเยซู ในบริบทวัฒนธรรมไทย

โดย : ศาสนาจารย์ ดร. วิชาญ ฤทธิ์นิมิต

ศาสนศาสตร์ ศิษยาภิบาลตามแบบ พระเยซู ในบริบทวัฒนธรรมไทย

   เมื่อได้ปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าในฐานะศิษยาภิบาลมาเป็นเวลามากกว่าห้าสิบปี และได้เป็นอาจารย์สอนวิชาศิษยาภิบาลเป็นเวลาเกือบสามสิบปี ยิ่งรู้ว่าในเมืองไทยยังไม่มีศิษยาภิบาลไทยที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับศิษยาภิบาล ทั้งในบริบทของความเป็นศิษยาภิบาล และในฐานะอาจารย์สอนวิชานี้มาเป็นเวลาช้านาน อีกทั้งผมจึงรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่ผมน่าจะนำเอาประสบการณ์ส่วนตัวในบริบทขอความเป็นศิษยาภิบาล และในฐานะอาจารย์สอนวิชานั้นมาเป็นเวลาช้านาน อีกทั้งได้สิทธิพิเศษในการให้คำปรึกษาแก่ศิษยาภิบาล ผู้นำ และผู้รับใช้เป็นจำนวนมาก ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นความรู้สึกส่วนตัวด้วยว่า ก่อนที่ผมจะหมด สมรรณภาพทั้งกายและด้านสติปัญญา ผมสมควรจะรีบขีดเขียน “ศาสนศาสตร์ศิษยาภิบาล”ไว้ให้กับคริสตจักร ผู้รับใช้และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศิษยาภิบาลทั้งหลายและนักศึกษาพระคริสตธรรมที่เตรียมตัวจะเป็น ศิษยาภิบาลในอนาคต เหตุผลทั้งหมดนี้ทำให้ผมตัดสินใจลงมือเขียนเล่มนี้ เพื่อที่เป็นที่ถวายพระเกียรติแด่พระนามของพระเจ้า และหวังว่าจะเป็นพระพรสำหรับคริสตจักรไทยโดยรวม

    ผมตระหนักดีว่า จะทุกองค์ประกอบของวิถีการดำเนินชีวิตของคนในยุคโลกาภิวัตน์ได้รับผลกระทบจากกระแสการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ทุกบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของทุกการงานมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่ายุคก่อนหลายเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรนนิบัติรับใช้ของศิษยาภิบาลในบริบทของ คริสตจักรท้องถิ่น ศิษยาภิบาลต้องเผชิญกับปัญหายากลำบากในหลากหลายด้าน หลากหลายมิติ และ หลากหลายระดับ นอกจากนั้น ยังตัองพานพบกับความซับซ้อนของปัญหาในสังคมของคริสตจักรและปัญหาชีวิตของสมาชิกแต่ละคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ หน้าที่

     ผมตระหนักดีว่า เกือบจะทุกองค์ประกอบของวิถีการดำเนินชีวิตของคนในยุคโลกาภิวัวัตน์ได้รับผลกระทบจากกระแสการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ทุกบทบาและความรับผิดขอบของทุกการงานมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่ายุคก่อนหลายเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปรนนิบัคิรับใช้ขอศิษยาภิบาลท้องถิ่น ศิษยาภิบาลต้องเผชิญกับปัญหาในสังคมมนุษย์ในปัจจุุบัน กล่าวได้ว่า ศิษยาภิบาลต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาของคริสตจักร และปัญหาของสมาชิกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ ทำให้ผมตัดสินใจลงมือเขียนหนังสือเล่มนี้ เพื่อเป็นที่กวายพระเกียรติแด่พระนามของพระเจ้า และหวังว่าจะเป็นพระพรสำหรับคริสตจักรไทยโดยรวม

    ผมตระหนักดีว่า เกือบจะทุกองค์ประกอบของวิถีการดำเนินชีวิตของคนในยุคโลกาภิวัตน์ ได้รับผลกระทบจากกระแส การเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ทุกบทบาทหน้าที่และความรับผิดขอบทุกการงานมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่ายุคก่อนหลายเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรนนิบัติรับใช้ของศิษยาภิบาลบริบทของคริสตจักรท้องถิ่นศิษยาภิบาลต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาในสังคมมนุษย์ในปัจจุบันด้วยเหตุนี้ หน้าที่ความรับผิดชอบของศิษยาภิบาลในยุคนี้จึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างซับซ้อนกว่ายุคก่อนเป็นอย่างมาก

    กระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์และสังคมในปัจจุบันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และซับซ้อนจนเราปรับตัวตามแทบไม่ทัน กฎเกณฑ์หลักการ หรือวิธีการต่างๆที่ผู้นำรุ่นก่อนๆนามาใช้ในการปรนนิบัติรับใช้ในคริสตจักรกลายเป็นเครื่องมือที่ล้าสมัยไปเสียแล้ว ขณะเดียวกันผู้นำรุ่นใหม่ก็ยังไม่ได้ค้นพบกฎเกณฑ์ หลักการ และวิธีในการปรนนิบัติรับใช้คริสตขักรท้องถิ่นที่มีคุณภาพที่สอดคล้องกับกาลเวลาและสภาพการณ์ที่เปลียนแปลงไปของคริสตจักรยุคใหม่ ดังนั้นผู้นำคริสตจักร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหันกลับไปประเมินกฎเกณฑ์ ระบบ หลักการ แนวทาง รวมทั้งวิธีการบริหารจัดการสถาบันคริสตจักรของพระคริสต์เสียใหม่

    หนังสือเล่มนี้ถูเขียนขึ้นเพื่อที่จะเสนอแนะให้คริสตจักรของพระเยซูคริสต์ และผู้นำของคริสตจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศิษยาภิบาลของคริสตจักรท้องถิ่น หยุดคิดสักนิดว่า “วิธีการต่างๆที่ตนเองได้ใช้ในการปรนนิบัติคริสตจักรของพระเยซูคริสต์นั้น สอดคล้องกับสถานการณ์ของสังคมในปัจจุบันหรือไม่ และเราควรจะปรับเปลี่ยนทัศนคติ วิธีการ ตลอดจนการปรนนิบัติรับใช้คริสจักรของพระคริสต์อย่างไรต่อไป

    วิธีที่ดีที่สุดและปลอดดภัยที่สุดก็คือ การย้อนกลับไปสู่ต้นฉบับในการปรนนิบัติรับใช้ขององค์พระเยซูคริสต์ และเป็นผู้นำที่สร้างแบบอย่างในการเป็นผู้นำและผู้ปรนนิบัติคริสตจักรของพระองค์เป็นคนแรก พระองค์เป็นแบบอย่างที่ประเสริฐที่สุดที่เราทุกคนควรจะนำมาปฏิบัคิในฐานะที่เราเป็นผู้นำ ผู้รับใช้ และศิษยาภิบาลแททนพระองค์ในโลกปัจจุบัน....