Get Adobe Flash player

Visitors Counter

1568994
Today
This Week
This Month
100
570
1121

Your IP: 54.90.92.204

พระเจ้าทรงเลือก

โดย : ศาสนาจารย์ ดร. วิชาญ ฤทธิ์นิมิต

 

ต่อมาอีกสักพักหนึ่งผมยังคงรู้สึกไม่มั่นใจว่าพระเจ้าทรงเลือกให้ผม เป็นผู้รับใช้เต็ม เวลาจริงๆหรือไม่ และพระเจ้าทรงยินยันกับผมอีกครั้งหนึ่ง ดังนี้

ผมได้รับเชิญจากมิชชันนารีให้ไปเป็นวิทยากรค่ายอนุชนที่ “คริสตจักรภูเก็ต”ช่วย
ฤดูร้อน จำได้ว่าเป็นค่ายที่ชายหาดป่าตอง เมื่อค่ายมาถึงคืนสุดท้ายแล้ว มิชชันนารีได้บอก ผมว่า คืนสุดท้ายให้ผมท้าทายและเชื้อเชิญอนุชนให้ตัดสินใจรับเชื่อพระเจ้าซึ่งผมไม่เคยมี ประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน ส่วนมากก็เคยทำแบบตัวต่อตัวเสียมากกว่า แต่ไม่เคยทำต่อหน้าที่ประชุมใหญ่ขนาดนั้น ผมรับปากมิชชันนารีแต่ตลอดเวลาก็เป็นกังวลว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีใครตอบสนองต่อการท้าทายและต้อนรับพระเยซู และจะไม่อายเขาหรือ และตัวเองจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่า คำเทศนของผมไม่เอาไหน ความเชื่อของผมไม่มากพอ หรือผมไม่มีอิทธิพลต่ออนุชน

ในที่สุดผมได้อธิษฐานต่อรองกับพระเจ้าว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์จะขอหมาย สำคัญในครั้งนี้อีกสักครั้งเถิด ถ้าเมื่อข้าพระองค์เรียกอนุชนรับเชื่อพระเยซูในคืนสุดท้ายของค่ายนั้น ถ้าไม่มีอนุชนสักสักคนหนึ่งรับเชื่อ ก็หมายความว่า พระองค์จะไม่ทรงใช้ข้าพระองค์ ให้เป็นผู้รับใช้เต็มเวลาอีกต่อไป แต่ถ้ามีอนุชนรับเชื่อแม้แต่คนเดียว ข้าพระองค์ก็จะยอมรับ ว่า พระองค์จะยังทรงใช้ข้าพระองค์ให้เป็นผู้รับใช้เต็มเวลาต่อไป อาเมน”

ในที่สุดเมื่อค่ำคืนสุดท้ายมาถึง หลังจากผมเทศนาจบลงแล้ว ผมให้อนุชนทุกคนก้ม หน้าและหลับตา ผมชักชวนและท้าทายพวกเขาไปสักพักใหญ่ๆ แต่ก็ยังไม่กล้าเรียกให้อนุชนต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดเป็นการส่วนตัว เพราะตัวผมเองขาดความมั่นใจ นั่นเอง แต่ในที่สุดผมได้ลั่นปากออกไปว่า “ถ้าผู้ใดมีความพร้อมที่จะต้อนรับพระเยซูคริสต์เจ้าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดส่วนตัวของคนแล้ว ก็จงตัดสินใจเดี๋ยวนี้ ขอให้ยกมือขึ้นเพื่อสำแดง ถึงความแน่ใจของคุณในคืนนี้”

ในขณะนั้นหัวใจของผมเต้นไม่เป็นส่ำ เพราะความตื่นเต้นปนกลัวว่าจะไม่มีใครยกมือ และกลัวว่าตัวเองจะเสียหน้า สักพักหนึ่งผมแอบเปิดตาข้างหนึ่งมาดูว่าจะมีใครบ้างหนอที่จะยกขึ้นต้อนรับพระเยซู ตามคำเชื้อเชิญของผม เมื่อผมเปิดตาข้างหนึ่งมาดูภาพที่ไม่คิดไม่ฝันก็ปรากฎขึ้นต่อหน้าต่อตาผมด้วยความอัศจรรย์ใจ ร่างกายของผมมีอาการขนลุกซ่าไปทั้งตัว มือที่ยกขึ้นเหนือศีรษะของเหล่าอนุชนนั้นไม่ใช่แค่มือเดียว หรือสองมือหรือสาม มือ หรือแม้กระทั่งสิบมือ แต่เป็นมือจำนวน 24 มือ !

ขณะนั้นตัวผมเองไม่สามารถกลั้นน้ำตาแห่งความอัศจรรย์ใจ ความดีใจ และความ ขอบคุณพระเจ้าไว้ได้เลย ขณะเดียวกันผมก็ร้องไห้เพราะเสียใจที่ตัวเองเฝ้าแต่สงสัยพระเจ้า ขาดความเชื่อในการทรงเรียกและทรงเลือกของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของผม.

 

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)