Get Adobe Flash player

Visitors Counter

1600187
Today
This Month
81
830

ทุกวงโคจรในอ้อมพระคุณ

ทุกวงโคจรในอ้อมพระคุณ

 

โดย : ศาสนาจารย์ ดร. วิชาญ ฤทธิ์นิมิต

 

เมื่อครูให้ออกมาอ่านหนังสือหน้าชั้น ผมอ่านไม่ออกสักตัว ผลลัพธ์ก็คือครูเฆี่ยนด้วยไม้เรียวที่ก้นสองทีเลือดออกเปื้อนกางเกงสีขาว เป็นรอยแนวยาวสองแนวบนกางเกง เมื่อกลับถึงบ้านพอพ่อเห็นเข้าก็รีบให้ออกจากโรงเรียนนั้นทันที ตัวผมนั้นแม้จะเจ็บก้น แต่ ที่เจ็บใจที่ตนเองอ่านหนังสือไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว

 

โรงเรียนที่สองเป็นโรงเรียนไทย ซึ่งมีชื่อว่า โรงเรียนพิบูลพิทยาคม ผมเรียนที่นั่นตั้ง แต่ชั้น ป. 1 – .4 เท่านั้น เมื่อจบ ป.4 แล้วก็ได้ย้ายไปเข้าโรงเรียนที่สามคือ โรงเรียนแสง ทองวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนคาทอลิก เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากในภาคใต้ เรียนถึงชั้น ม.4 ซึ่งเทียบเท่ากับชั้น ม. 2 ในระบบปัจจุบัน ผมก็ได้ไปสอบเทียบเท่า ม. 6 ในที่สุดผมก็สอบผ่าน หลังจากนั้นได้เดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อเรียนต่อชั้น ม.7- 8 (ปัจจุบันคือ ม.5-6) เมื่อจบ ชั้นมัธยมศึกษาแล้วผมก็ได้เข้าโรงเรียนพระคริสตธรรมเบ็ธเอล ตามที่ผมได้เขียนไว้ในบทต้นๆของหนังสือเล่มนี้แล้ว

 

ชีวิตของผมเดินทางออกจากสวนยางมาเป็นเวลาสิบห้ากว่าปี ไม่มีโอกาสกลับเข้า ไปในสวนยางอีกเลย จนกระทั่งช่วงสองสามปีที่แล้วที่พระเจ้าทรงนำผมกลับไปสัมผัสกับสวนยางอีกครั้งหนึ่ง คือ ในปี ค.. 2010 คริสตจักรสังขะฤกษ์ได้เชิญผมไปเทศนาที่นั่น ซึ่ง ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า คริสตจักรนี้ตั้งอยู่กลางสวนยาง เมื่อไปถึงครั้งแรกผมมีความ รู้สึกราวกับว่าพระเจ้าทรงนำผมกลับไปสู่ความรู้สึกในวัยเด็กของผมอีกครั้ง ปีต่อมาผมก็ยัง ได้รับเชิญให้กลับไปเทศนาอีกครั้ง

 

จนในปี ค.. 2012 คริสตจักรสังขะฤกษ์ได้เชิญผมให้ไปเทศนาอย่างน้อยเดือนละครั้ง ซึ่งผมแปลกใจมากว่าเหตุใดพระเจ้าจึงทรงให้ผมได้ย้อนกลับไปสู่ความรู้สึกในวัยเด็ก ของผมอีกครั้งหนึ่ง ยิ่งกว่านั้น ต้นปี ค.. 2012 ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม ถึงวันที่ 3 กุมภา พันธ์ มีนักธุรกิจด้านยางพารา คือ คุณ บัญชา เจษฎาวิสุทธิ์ และภรรยาคือ คุณหนึ่ง ได้มาพบผมและเล่าถึงภาระใจที่ต้องการสนับสนุนการพัฒนาคริสเตียนและผู้รับใช้พระเจ้ามากยิ่งขึ้นที่คริสตจักรต่างๆในจังหวัด บึงกาฬ ซึ่งเป็นจังหวัดใหม่ ที่แยกออกมาจากจังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นพื้นที่เกี่ยวกับยางพาราทั้งนั้น สมาชิกที่คริสตจักรเหล่านั้นล้วนแต่เป็นผู้ที่ เกี่ยวข้องกับยางพาราทั้งสิ้น

 

นี่เป็นวงโคจรชีวิตอันสำคัญของผมที่พระเจ้าทรงนำให้ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นในป่า สวนยาง เพื่อให้ผมระลึกถึงรากเหง้าของชีวิต เตือนสติผมให้ตระหนักถึงจุดเริ่มต้น ไม่ให้ผม ลืมตัวหรือถือตัว แต่ให้รักษาความถ่อมใจไว้ใต้พระคุณพระเจ้าตลอดชีวิต ผมต้องขอบพระ คุณพระเจ้าเป็นอย่างยิ่งที่ทรงนำชีวิตย้อนกลับไปสู่ ทุกวงโคจรในอ้อมพระคุณของพระองค์ เสมอมา “อะไรที่เกิดขึ้นแล้วก็เกิดขึ้นอีก สิ่งที่ทำไปแล้วก็ทำอันอีก ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวง อาทิตย์” (ปญจ.1:9)

 

สรุป : เนื่องในโอกาสผมจะมีอายุครบ 70 ปี ทำให้ผมสำนึกถึงพระคุณพระเจ้าเป็น อย่างมาก ในสมัยยังเป็นเด็กนั้น พอคิดถึงผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50-60 หรือยิ่งมีอายุมากถึง 70 ปี ผมจะถือว่าเขาผู้นั้น “แก่มาก” จริงๆแล้วไม่เคยคาดคิดเลยว่าตนเองจะมีชีวิตยืนยาวมาถึง ขนาดนี้ แต่เมื่อตนเองได้มีโอกาสเป็นผู้ที่มีอายุตามมาตรฐานตามที่พระคัมภีร์เขียนบอกไว้ ว่า อย่างดีมนุษย์เราก็จะมีอายุถึง 70 ปี ถ้าแข็งแรงก็อาจถึง 80 ปี

 

ดังนั้นจึงทำให้ผมมีความรู้สึกว่าโดยพระคุณพระเจ้า ผมได้รับสิทธิพิเศษในการดำเนินอยู่ในโลกนี้เป็นเวลา 70 ปี ผ่านมาแล้ว ไม่ว่าจะย้อนหลังมองดูชีวิตของผมด้านไหน ก็เป็นโดยพระคุณพระเจ้าอย่างแท้จริง ผมเห็นถึงพระคุณที่ล้อมรอบตัวผมอยู่เสมอ ผมมีแต่ จะขอบคุณพระเจ้าเสมอสำหรับ ชีวิตที่ผ่านมา ชีวิตที่ยังดำรงอยู่ในขณะนี้ และชีวิตที่จะดำเนินต่อไปในอนาคต...

-----------------------------